What is spirulina (1/2)

สไปรูลิน่าเป็นชื่อของสาหร่ายที่เติบโตในน้ำกร่อยและอุ่นมีคุณสมบัติเป็นด่าง สไปรูลิน่ามาจากคำลาตินว่า helix หรือ spiral (เกลียว) ซึ่งหมายถึงรูปร่างทางกายภาพของจุลินทรีย์ที่มีลักษณะเส้นหมุนรอบขึ้นไปเหมือนก้นหอย นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสาหร่ายสไปรูลิน่า และให้ชื่อวิทยาศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1827 โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาหร่ายชาวเยอรมัน ชื่อ เดอเบน (Deurben)

จุดกำเนิดเดิมของสาหร่ายสไปรูลิน่า
สาหร่ายที่ขึ้นกระจายทั่วไปตามเขตร้อน ถูกนำมาเป็นอาหารที่ชาวอิสราเอลเรียกว่า มานนา (Manna) ซึ่งคาดว่าจะเป็นสไปรูลิน่า แต่ประวัติของสาหร่ายที่เป็นบ่อเกิดอาหารที่สำคัญได้มีการบันทึกไว้ เมื่อพวกนักรบที่มีชื่อเสียงของสเปนได้รับชัยชนะต่อพวกแอซเทกซ์ (Aztec) ที่ครองอาณาจักรเม็กซิโก เขาพบว่าพวกแอซเทกซ์ กินพวกข้าวฟ่าง ถั่ว แตง ฟักทอง และพืชสีเขียวที่เขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร ลอยเป็นแพ เหนือทะเลสาบเทกซ์โกโก ณ หุบเขา Teotihuacan ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหานครเม็กซิโกปัจจุบันนี้ พวกแอซเทกซ์เรียกพืชสีเขียวนี้ว่า "tecuitlate" และใช้ประกอบอาหารทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวันของพวกเขา

Tecuitlate เป็นชนิดหนึ่งของสาหร่ายเกลียวที่สามารถมีชีวิตอยู่ในทะเลสาบเทกซ์โกโก จากบันทึกของชาวสเปนที่น่าสังเกตก็คือความศิวิไลซ์ของชาวแอชแทกซ์ในเรื่องความเป็นผู้ดีมีวัฒนธรรม มีประชากรจำนวนมากและเผ่าพันธ์หลากหลาย ผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่องของพวกเขา ทำให้นักโบราณคดีประหลาดใจที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพวกเขา ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่ามีอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพสูงมาสนับสนุนความสำเร็จต่อเนื่อง เรื่องราวของสัตว์เลี้ยงซึ่งเกี่ยวข้องกับคนโบราณตั้งแต่วัว ม้า และสัตว์อื่น ๆ ไม่มีอยู่ในแอซเทกซ์เลย

ในสังคมเอซเทกซ์ ยังมีพิธีหนึ่งที่เกี่ยวกับการเสียสละชีวิตมนุษย์ และบางเผ่ากินเนื้อมนุษย์ซึ่งนักโบราณคดีตั้งสมมุติฐานว่านั่นเป็นบ่อเกิดของโปรตีนเข้มข้น อย่างไรก็ตามเนื้อมนุษย์เป็นโปรตีนที่ไม่เหมาะสมเพราะขาดวิตามิน B รวม ฉะนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีที่สุดของพวกเขาแต่ชาวแอซเทกซ์บริโภคสาหร่าย ซึ่งมีโปรตีนสมบูรณ์ในแบบที่ย่อยได้ง่าย เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมประชากรแอซเทกซ์จึงสามารถสร้างเมืองใหญ่ ๆ สร้างวิหาร Tenochtilan สามารถปราบชาวอเมริกันสมัยกลางที่อยู่เก่าและบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมชั้นสูง สามารถค้นคิดปรัชญาและคณิตศาสตร์ชั้นสูงได้

เมื่อชาวสเปนเข้ามาพวกเขาไม่เข้าใจทำไมว่าชาวแอซเทกซ์จึงหลงใหลในการบริโภค tecuitatl พวกสเปนไม่ยอมรับเทคนิคและวิชาการของ"Chinampas" สวนลอยน้ำของทะเลสาบเทกซ์โกโก และไม่รู้เลยว่าสาหร่ายพืชขั้นต่ำที่ลอยน้ำอยู่สามารถสร้างโปรตีนได้มากกว่าแผ่นดิน พวกสเปนเริ่มต้นถมแหล่งน้ำอย่างไม่ลดละเพื่อใช้เป็นที่หว่านไถเพาะปลูก ทุกวันนี้ทะเลสาบได้หายไปเกือบหมด แต่ก็เหมือนกับเป็นการประชดที่ฟาร์มเพาะเลี้ยง สาหร่ายสไปรูลิน่าที่ทันสมัยที่สุด ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลสาบเทกซ์โกโกที่ยังหลงเหลืออยู่

ชาวแอซเทกซ์มิใช่ชนอเมริกันสมัยกลางที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยสาหร่ายที่เป็นอาหารและโปรตีนแต่เพียงชนชาติเดียว ชาวมายันที่อาศัยอยู่แถบแหลม Yucatan ในอเมริกากลาง มีชีวิตอย่างเพียบพร้อมท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นป่าดงดิบไม่สามารถทำการเกษตรได้ หลังจากทำไร่เลื่อนลอยจนดินเสื่อม พวกมายันได้สร้างบ่อเพาะเลี้ยงขึ้น อาจจะเป็นบ่อเพาะสไปรูลิน่าอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบที่ถูกแผ้วถางแล้ว มีระบบระบายน้ำที่สลับซับซ้อนที่ดูเหมือนจะป้องกันน้ำท่วมบ่อ นักโบราณคดีได้ค้นพบเรื่องราวเหล่านี้และสรุปว่า ถึงแม้ฝนจะตกถึง 70-90 นิ้ว ต่อปี ระบบระบายน้ำคงจะไม่สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานเพาะปลูกทั่วไปน่าจะเป็นการบำรุงรักษาบ่อสาหร่ายมากกว่า ซึ่งน่าจะเป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าได้มีการพัฒนาฟาร์มสาหร่ายของชาวมายันเพื่อเลี้ยงประชากร 2 ล้านคน มากกว่าที่จะเพาะปลูกการเกษตรทั่วไป <Back To Top

Spirulina - Plant or Animal
ความสำคัญเด่นชัดกว่าสาหร่ายอื่น ๆ ก็คือ สไปรูลิน่าเป็น "พืชนิวเคลียร์" (nuclear plant) ซึ่งหมายถึง การอยู่กึ่งกลางการปฏิรูปพัฒนาการแบ่งแยกระหว่างพืชกับสัตว์ เมื่อพิจารณาแล้ว เซลล์ของสไปรูลิน่าสูงกว่าพืช เพราะขอบเซลล์ไม่แข็งเหมือนเซลล์ของพืช และในนิวเคลียสของเซลล์สไปรูลิน่าก็ไม่ชัดเจนแน่นอนเหมือนของพืช แต่มันก็สามารถปรุงอาหารได้ โดยการสังเคราะห์แสง โดยใช้แสงแดด และคลอโรฟิลล์ เช่นเดียวกับการปรุงอาหารของพืชอื่นๆ <Back To Top

Spirulina Species
สไปรูลิน่ามีอยู่ด้วยกัน 35 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั่วไปตามทะเลสาบที่มีลักษณะเป็นด่าง เช่น ทะเลสาบชาด ทะเลสาปเทกซ์โกโก ทะเลสาบรูดอล์ฟและทะเลสาปนากูระ (ทั้งสองแห่งอยู่ในเคนยา) และยังมีอีกเล็กน้อยทั่วโลกที่มีอากาศร้อนแต่มีเพียงสาหร่ายสายพันธุ์พลาเทนซิส เพียงสายพันธุ์เดียวที่ ผ่านการทดลอง จากสถาบันต่าง ๆ กว่า 200 แห่งเป็นเวลานานกว่า 30 ปี และขายเป็นอาหารเสริมสุขภาพมากกว่า 70 ประเทศ (โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น แพทย์ให้สาหร่ายโดยจำหน่ายพร้อมยา) เกลียวของสาหร่ายสไปรูลิน่าจะเปลี่ยนไปตามสภาพอุณหภูมิ ค่า pH และสารอาหาร ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่รูปร่างของสไปรูลิน่าที่ต่างกันออกไปก็อาจเป็นสไปรูลิน่าที่มาจากต้นตอสายพันธุ์เดียวกัน <Back To Top